สาระน่ารู้

สาระน่ารู้

วิธีเลือกวัสดุมุงหลังคาโรงงาน

การเลือกวัสดุมุงหลังคาโรงงานเป็นสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจ เพราะหลังคาที่ดีจะช่วยปกป้องสินค้า เครื่องจักร และพนักงานภายในโรงงานจากสภาพอากาศ และภัยพิบัติต่างๆ ได้ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ควรคำนึงก่อนตัดสินใจเลือกวัสดุ วันนี้เราจึงขอมาแชร์ 5 ข้อควรรู้ก่อนเลือกวัสดุมุงหลังคาโรงงาน จบปัญหาหลังคารั่วชำรุดไวมาฝากกัน 5 เทคนิคที่ต้องพิจารณาในการเลือกวัสดุมุงหลังคาโรงงาน 1. พิจารณาสภาพอากาศ ข้อแรกคือการพิจารณาสภาพอากาศในพื้นที่ เช่น ปริมาณน้ำฝน แรงลม อุณหภูมิ จากนั้นจึงเลือกวัสดุมุงหลังคาที่ทนทานต่อสภาพอากาศเหล่านั้น 2.ขนาดและโครงสร้างของโรงงาน เลือกวัสดุมุงหลังคาที่มีน้ำหนักเหมาะสมกับโครงสร้างของโรงงาน ทั้วความกว้างและความยาวของโรงงาน จากนั้นจึงเลือกตามงบประมาณและความเหมาะสม 3.เลือกตามความต้องการใช้งาน พิจารณาว่าต้องการวัสดุมุงหลังคาที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น กันความร้อน กันเสียง กันน้ำ กันสนิม กันความร้อน หรือกันไฟได้มากแค่ไหน 4.เลือกจากร้านค้าที่เชื่อถือได้ การเลือกวัสดุมุงหลังคาโรงงานจากร้านค้าที่เชื่อถือได้ มีบริการหลังการขายก็เป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญ เพราะเราสามารถมั่นใจด้ว่าวัสดุเหล่านั้นเป็นวัสดุที่มีคุณภาพ มีการรับประกันที่ดี สามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ 5.เลือกวัสดุมุงหลังคาที่เป็นที่นิมยม วัสดุมุงหลังคาโรงงานยอดนิยมในประเทศไทยปัจจุบันมีดังต่อไปนี้ เมทัลชีท ข้อดีคือมีราคาถูก น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย กันน้ำ กันสนิม เหมาะกับโรงงานขนาดเล็กและขนาดกลาง แผ่นสำเร็จรูป ข้อดีคือติดตั้งง่าย รวดเร็ว กันน้ำ กันความร้อนเหมาะกับโรงงานขนาดใหญ่ กระเบื้อง […]

สาระน่ารู้

ความหนาเมทัลชีทมีผลต่อการใช้งานอย่างไร เลือกแบบไหนดี ?

เมทัลชีทเป็นวัสดุก่อสร้างยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เหมาะสำหรับงานหลังคา ผนัง ฝ้าเพดาน รั้ว และงานอื่นๆ อีกมากมาย  แต่เมทัลชีทมีหลายความหนาให้เลือก  หลายคนอาจสงสัยว่าความหนาของเมทัลชีทส่งผลต่อการใช้งานอย่างไร? วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขนาดความหนาเมทัลชีท ว่าควรเลือกแบบไหน ให้เหมาะสมกับการใช้งานมาฝากกัน ขนาดความหนาเมทัลชีทมีผลต่อการใช้งานอย่างไร ความแข็งแรง: เมทัลชีทที่มีความหนามากขึ้น จะมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น หลังคาโรงงาน โกดัง หรือพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเลวร้าย ความยืดหยุ่น: เมทัลชีทที่มีความหนาน้อย จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการดัดโค้ง หรือขึ้นรูป เช่น ผนังโค้ง หรือหลังคาโค้ง น้ำหนัก: เมทัลชีทที่มีความหนามากขึ้น จะมีน้ำหนักมากขึ้น ส่งผลต่อโครงสร้างที่ต้องรองรับน้ำหนัก และค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ราคา: เมทัลชีทที่มีความหนามากขึ้น จะมีราคาแพงกว่า ผู้ใช้งานจึงควรพิจารณาความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เสียงรบกวน: เมทัลชีทที่มีความหนาน้อย จะมีเสียงดังจากฝนหรือลมมากกว่า ผู้ใช้งานควรเลือกใช้แผ่นที่มีวัสดุกันเสียง หรือติดตั้งฉนวนเพิ่มเติม ตัวอย่างการเลือกความหนาเมทัลชีทที่เหมาะกับการใช้งาน ความหนา 0.23-0.28 มม. : เหมาะสำหรับงานที่ต้องการเน้นความประหยัด ที่มีระยะความห่างแปไม่เกิน 1 เมตร เช่น งานฝาผนังบ้าน รั้วกันสวน

สาระน่ารู้

รู้ก่อนมุง องศาหลังคาเมทัลชีทที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไหร่ มีประโยชน์อย่างไร ?

การเลือกใช้งานหลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) กำลังเป็นที่นิยมในหลายกลุ่มผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรม หรืออาคารพาณิชย์ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในหลายด้าน หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งหลังคาเมทัลชีทคือ “องศาหลังคา” ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานและประโยชน์ที่ได้รับ ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับองศาหลังคาเมทัลชีทและประโยชน์ของหลังคาเมทัลชีทองศาต่ำมาแนะนำ องศาหลังคา คืออะไร องศาหลังคา หรือ ความลาดเอียงหลังคา คือมุมของหลังคาที่ทำมุมกับแนวราบ โดยเปรียบเสมือนเป็นทางน้ำไหล ที่ช่วยป้องกันน้ำฝน ไม่ให้ไหลย้อนซึมกลับมาภายในบ้านเมื่อเกิดฝนตกหนัก เช่น น้ำขัง น้ำรั่ว น้ำซึม เป็นต้น องศาหลังคาเมทัลชีทที่เหมาะสม องศาหลังคาเมทัลชีทที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ลักษณะภูมิประเทศ ปริมาณน้ำฝน และความยาวของแผ่นเมทัลชีท โดยทั่วไปแล้วหลังคาเมทัลชีทนิยมใช้กับหลังคาที่มีองศาลาดชัน 5 องศา แต่หากกรณีเป็นแผ่นยาวตลอดไม่มีแผ่นซ้อนสามารถใช้ 3 องศาได้ อย่างไรก็ตาม หลังคาเมทัลชีทบางประเภทอาจต้องใช้องศาลาดชันมากกว่า 5 องศา ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ ปริมาณน้ำฝน: ในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนสูง ควรเลือกใช้หลังคาที่มีองศาลาดชันมากกว่า 5 องศา เพื่อให้น้ำฝนไหลระบายได้สะดวกป้องกันปัญหารั่วซึม ความยาวของแผ่นเมทัลชีท: แผ่นเมทัลชีทที่มีความยาวมาก ควรเลือกใช้กับหลังคาที่มีองศาลาดชันมากกว่า 5 องศา เพื่อป้องกันปัญหาแผ่นเมทัลชีทแอ่นตัว

สาระน่ารู้

เสริมชั้นหลังคา ทางเลือกสุดคุ้มในการซ่อมหลังคาโรงงาน

“หลังคา” เป็นส่วนสำคัญของโรงงานที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรง  เช่น ฝนตกหนัก  ลมแรง  แดดจัด  ฝุ่นละออง  มลภาวะ  และความร้อน  เมื่อหลังคาเริ่มเสื่อมสภาพลงจึงจำเป็นต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ แต่การเปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งหลังนั้นถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความยุ่งยากให้กับเจ้าของโรงงานอย่างมาก เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อสินค้า กระทบต่อการผลิต และเกิดความเสียหายต่อโครงสร้าง  อีกทั้งการซ่อมแซมหลังคาโรงงานมักมีค่าใช้จ่ายสูง ใช้เวลานาน  ซึ่งอาจจะต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ทำให้ส่งผลเสียต่อธุรกิจ การเสริมชั้นหลังคา หรือการทำ ดับเบิ้ลรูฟ (Double Roof) ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการซ่อมแซมหลังคาโรงงาน เพราะสามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องรื้อถอนโครงสร้างเดิม อีกทั้งไม่กระทบต่อสินค้าหรือการผลิต ไม่ต้องหยุดพักงาน ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้นั่นเอง ข้อดีของการเสริมชั้นหลังคา การเสริมชั้นหลังคา ไม่จำเป็นต้องรื้อของเก่าออก แต่สามารถปูหลังคาใหม่ซ้อนทับลงไปได้เลย การเสริมชั้นหลังคา สามารถทำได้โดยไม่ต้องสั่งหยุดพักงาน พักการผลิต การเสริมชั้นหลังคา ติดตั้งได้ง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่นาน หลังคาที่เสริมชั้น จะมีความทนทาน แข็งแรง อีกทั้งช่วยลดเสียงดังรบกวนลงได้ หลังคาที่เสริมชั้น จะช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัสดุที่นิยมใช้ในการเสริมชั้นหลังคา ยกตัวอย่างดังนี้ แผ่นเหล็ก: เป็นวัสดุที่นิยมใช้มากที่สุด มีราคาถูก น้ำหนักเบา แผ่นเมทัลชีท: มีความทนทาน แข็งแรง แผ่นไฟเบอร์กลาส: มีน้ำหนักเบา

สาระน่ารู้

6 เหตุผลทำไมควรติดตั้งหลังคาเมทัลชีทคู่กับฉนวนกันความร้อน

ในยุคปัจจุบัน การสร้างบ้านหรืออาคารที่มีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานกลายเป็นสิ่งสำคัญมากยิ่งขึ้น วัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือ “หลังคาเมทัลชีท” ซึ่งมีคุณสมบัติที่หลากหลาย แต่การติดตั้งหลังคาเมทัลชีทอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ควรติดตั้งหลังคาเมทัลชีทคู่กับฉนวนกันความร้อน โดยมีเหตุผลหลัก ๆ ดังต่อไปนี้ เหตุผลที่ต้องติดตั้งหลังคาเมทัลชีทคู่กับฉนวนกันความร้อน การป้องกันความร้อน หลังคาเมทัลชีทมีการนำความร้อนสูง ซึ่งหมายความว่าเมื่อโดนแสงแดดส่องถึง มันจะร้อนอย่างรวดเร็ว การติดตั้งฉนวนกันความร้อนจะช่วยลดปริมาณความร้อนที่ผ่านเข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้ภายในบ้านหรืออาคารเย็นลง ช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศและประหยัดพลังงานไฟฟ้า การป้องกันเสียง นอกจากการป้องกันความร้อนแล้ว ฉนวนกันความร้อนยังมีคุณสมบัติในการลดเสียงรบกวนจากภายนอก เช่น เสียงฝนตกหรือเสียงลมพัดกระทบหลังคา การติดตั้งฉนวนจึงช่วยสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและน่าอยู่มากขึ้น การป้องกันการเกิดความชื้นและการเกิดเชื้อรา ฉนวนกันความร้อนบางประเภทมีคุณสมบัติในการป้องกันความชื้น ซึ่งช่วยลดโอกาสในการเกิดเชื้อราและแบคทีเรียที่อาจเกิดขึ้นจากการสะสมของความชื้นในพื้นที่ใต้หลังคา นอกจากนี้ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างหลังคาและวัสดุตกแต่งภายใน การเพิ่มความคงทนและอายุการใช้งานของหลังคา ฉนวนกันความร้อนช่วยลดความร้อนที่สะสมในหลังคาเมทัลชีท ทำให้หลังคามีการขยายตัวและหดตัวน้อยลง ส่งผลให้การเสื่อมสภาพของวัสดุเป็นไปอย่างช้า ๆ และยืดอายุการใช้งานของหลังคา การรักษาสิ่งแวดล้อม การติดตั้งฉนวนกันความร้อนช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในการปรับอากาศ ทำให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน การใช้ฉนวนกันความร้อนจึงเป็นการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านหรืออาคาร บ้านหรืออาคารที่มีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนมักมีมูลค่าสูงขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่จะมองหาบ้านที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานและมีความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ประเภทของฉนวนกันความร้อน ที่นิยมใช้กับหลังคาเมทัลชีท ยกตัวอย่างมีดังนี้ ฉนวนใยแก้ว: เป็นฉนวนกันความร้อนที่นิยมใช้มากที่สุด มีราคาประหยัด ติดตั้งง่าย และมีประสิทธิภาพในการกันความร้อนดี ฉนวนโฟม: มีหลายประเภท เช่น โฟม PU

สาระน่ารู้

เช็คลิส์ เลือกบริษัทผลิตเมทัลชีทอย่างไร ให้ประกอบการสบายใจหายห่วง

เมทัลชีทเป็นวัสดุก่อสร้างยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เหมาะสำหรับทั้งหลังคา ผนัง และฝ้าเพดาน ด้วยคุณสมบัติเด่นด้านความทนทาน น้ำหนักเบา กันน้ำ และติดตั้งง่าย จึงได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป แต่ด้วยตัวเลือกบริษัทผู้ผลิตเมทัลชีทที่มีจำนวนมากในท้องตลาด อาจสร้างความสับสนให้กับผู้ซื้อในการตัดสินใจเลือก วันนี้เราจึงรวบรวม 5 เคล็ดลับสำคัญในการเลือกบริษัทผลิตเมทัลชีท เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าได้เลือกสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และคุ้มค่ากับการลงทุน พิจารณาจากประสบการณ์และผลงาน ควรเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์ในธุรกิจผลิตเมทัลชีทมายาวนาน มีผลงานที่เป็นที่ยอมรับ และได้รับรีวิวที่ดีจากลูกค้าจริง ประวัติผลงานเหล่านี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือและมาตรฐานของสินค้า ตรวจสอบคุณภาพของสินค้า เมทัลชีทมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับชนิดของเมทัลชีท เกรดของเหล็ก ความหนา ความยาว และการเคลือบผิวให้เหมาะสมกับความต้องการ เลือกบริษัทที่มีสินค้าหลากหลายรุ่น หลากขนาด ตอบสนองทุกความต้องการ เปรียบเทียบราคาและบริการ ก่อนตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบราคาสินค้าและบริการจากหลายบริษัท  พิจารณาค่าขนส่ง เงื่อนไขการชำระเงิน บริการหลังการขาย รวมถึงการรับประกันสินค้า เลือกบริษัทที่เสนอราคาที่สมเหตุสมผล บริการครบวงจร และมีการรับประกันสินค้าที่ชัดเจน เลือกบริษัทที่มีมาตรฐาน ควรเลือกบริษัทที่มีมาตรฐานการผลิตได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น มอก. หรือมาตรฐานสากล  มั่นใจได้ว่าสินค้ามีคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบสถานที่ตั้ง บริษัทมีตัวตน มีโรงงานผลิตเป็นหลักแหล่ง ตรวจสอบข้อมูลบริษัทให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนพาณิชย์ว่าถูกต้องตามกฎหมาย

สาระน่ารู้

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียอาคารสำเร็จรูปและอาคารกึ่งสำเร็จรูปเลือกแบบไหนดีกว่ากัน

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีก่อสร้างพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีวิธีการก่อสร้างอาคารที่หลากหลายมากขึ้น หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมคือ การก่อสร้างด้วยอาคารสำเร็จรูปและอาคารกึ่งสำเร็จรูป แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างสองระบบนี้ บทความนี้จึงมาเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมของอาคารสำเร็จรูปและอาคารกึ่งสำเร็จรูป เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ว่าแบบไหนดีสำหรับโครงการของคุณ อาคารสำเร็จรูป อาคารสำเร็จรูป หมายถึง อาคารที่ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ไว้ล่วงหน้าในโรงงาน แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกันที่หน้างาน โดยชิ้นส่วนเหล่านี้มักผลิตจากวัสดุที่ทนทาน เช่น คอนกรีต เหล็ก หรือพลาสติก ข้อดีของอาคารสำเร็จรูป: ก่อสร้างได้รวดเร็ว: สามารถสร้างอาคารเสร็จได้ภายในเวลาอันสั้น เหมาะกับงานที่ต้องการความเร่งด่วน ควบคุมคุณภาพได้ดี: ชิ้นส่วนอาคารผลิตในโรงงานที่มีมาตรฐาน ควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าการก่อสร้างแบบดั้งเดิม ลดมลพิษและฝุ่นละออง: การก่อสร้างที่หน้างานมีน้อย ช่วยลดมลพิษและฝุ่นละออง ประหยัดค่าแรงงาน: ใช้แรงงานก่อสร้างน้อยกว่าการก่อสร้างแบบดั้งเดิม ออกแบบได้หลากหลาย: มีรูปแบบและดีไซน์ให้เลือกมากมาย ข้อเสียของอาคารสำเร็จรูป: ราคาสูง: โดยทั่วไปแล้ว อาคารสำเร็จรูปจะมีราคาสูงกว่าการก่อสร้างแบบดั้งเดิม รูปแบบจำกัด: อาจจะมีรูปแบบที่จำกัดกว่าการก่อสร้างแบบดั้งเดิม การขนส่ง: การขนส่งชิ้นส่วนอาคารสำเร็จรูปอาจลำบาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก การดัดแปลง: การดัดแปลงอาคารสำเร็จรูปทำได้ยากกว่าการก่อสร้างแบบดั้งเดิม อาคารกึ่งสำเร็จรูป อาคารกึ่งสำเร็จรูป หมายถึง อาคารที่ใช้ชิ้นส่วนสำเร็จรูปบางส่วนควบคู่กับการก่อสร้างแบบดั้งเดิม โดยชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่นิยมใช้มักเป็นผนังสำเร็จรูป พื้นสำเร็จรูป หรือหลังคาสำเร็จรูป ข้อดีของอาคารกึ่งสำเร็จรูป: ราคาประหยัด:

สาระน่ารู้

5 ข้อดีของหลังคาเมทัลชีท ที่กระเบื้องทำไม่ได้

การเลือกวัสดุมุงหลังคาถือเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับโรงงาน / อาคาร เพราะวัสดุที่เลือกจะมีผลต่อความสวยงาม ความทนทาน และประสิทธิภาพการใช้งาน ซึ่งในประเทศไทยตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานมุงหลังคาคือ กระเบื้องและเมทัลชีท โดยแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป  และในวันนี้เราจะมาสรุปคุณสมบัติเด่น ๆ ของหลังคาเมทัลชีทที่กระเบื้องทำไม่ได้ให้ได้รู้กัน สรุป 5 ข้อดีของหลังคาเมทัลชีท ที่กระเบื้องทำไม่ได้ ออกแบบและความสวยงาม  หลังคาเมทัลชีทมีหลากหลายลอน และสามารถสั่งความยาวได้ตามความต้องการ สามารถตัดและดัดโค้ง ดีไซน์ได้หลากหลาย น้ำหนักและโครงสร้าง  แผ่นเมทัลชีทมีน้ำหนักเบากว่าแผ่นกระเบื้อง จึงทำให้ประหยัดโครงสร้างได้มากกว่า ความยากง่ายในการติดตั้ง แผ่นเมทัลชีทจะสามารถสั่งแผ่นยาวตามที่ต้องการได้เลย ทำให้ขั้นตอนของการมุงมีการทับซ้อนของแผ่นมีน้อย จึงทำให้การทำงานง่ายขึ้นนั่นเอง เรื่องการรั่วซึม  หลังคาเมทัลชีทนั้นมีรอยต่อแผ่นน้อย จึงทำให้โอกาสรั่วซึมน้อยมาก อีกทั้งในลอนเมทัลชีทบางชนิด ยังติดตั้งด้วยระบบคลิ๊ปล็อค เลี่ยงการยิงสกรูจึงทำให้ไม่มีโอกาสรั่วซึมได้เลย ทำมุมลาดเอียงได้ขั้นต่ำ 5 องศา หลังคาเหล็กเมทัลชีทแบบเจาะรูหรือ bolt type สามารถทำมุมลาดเอียงได้ขั้นต่ำ 5 องศา ในขณะที่หลังคากระเบื้องต้องทำมุมลาดเอียง 10-15 องศาขึ้นไป จึงทำให้ประหยัดเรื่องโครงสร้างหลังคาในแนวลาดมากกว่า   และยิ่งถ้าใช้หลังคาลอน M-Lock ซึ่งเป็นแบบ boltless type สามารถทำมุมลาดเอียงได้ถึง 2

Scroll to Top